Main Content

การเปลี่ยนโทษ และการใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชน

      ตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชน และครอบครัว พ.ศ. 2534 ในหมวด 9 ว่าด้วย การเปลี่ยนโทษ และการใช้วิธีการ สำหรับเด็กและเยาวชน พอจะสรุปรายละเอียดได้ ดังต่อไปนี้

 

     มาตรา 104 มีสาระสำคัญคือ ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีความ ของเยาวชนและครอบครัว โดยมีอำนาจใช้วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชน แทนการลงโทษอาญา หรือวิธีการเพื่อความปลอดภัยไว้ดังนี้

  • (1) เปลี่ยนโทษจำคุก ตามมาตรา 39 (1) แห่งประมวลกฎหมายอาญา เป็น วิธีการลงโทษแบบ กักและอบรม ซึ่งจะต้องกักและทำการอบรม กิจกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชน ในสถานที่ซึ่งกักและอบรม ของสถานพินิจตามเวลา ที่ศาลเป็นผู้กำหนด แต่ต้องไม่เกินกว่าเด็ก หรือเยาวชน ผู้นั้นมีอายุครบ 24 ปีบริบูรณ์
  • (2) เปลี่ยนโทษจำคุก เป็นการส่งตัวเด็กและเยาวชน ไปควบคุม เพื่อทำการฝึกอบรมยัง สถานพินิจสถานศึกษา หรือสถานฝึกอบรม กิจกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชน หรือสถานแนะนำทางจิต ตามเวลา ที่ศาลเป็นผู้กำหนด แต่ต้องไม่เกินกว่าเด็ก และเยาวชนผู้นั้น มีอายุครบ 24 ปีบริบูรณ์
  • (3) เปลี่ยนโทษปรับเป็นการควบคุมความประพฤติ โดยกำหนดเงื่อนไข ซึ่งอาจจะมี ข้อเดียวหรือหลายข้อ ตามมาตรา 100 ด้วยหรือไม่ก็ได้ ถ้ามีการกำหนดเงื่อนไข ให้นำมาตรา 100 วรรคสอง วรรคสาม และมาตรา 101 มาบังคับโดยอนุโลมได้

     มาตรา 105 มีสาระสำคัญคือ การส่งเด็กและเยาวชน ไปยังสถานที่กักและอบรม หรือฝึกอบรม กิจกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชน ในสถานพินิจ หรือสถานที่ฝึกอบรม ที่ได้รับใบอนุญาต ตามมาตรา 20 (2) ซึ่งศาลได้มีการกำหนด ระยะเวลา ขั้นต่ำ เอาไว้และระยะเวลาขั้นสูงเอาไว้ ศาลจะปล่อย ตัวเด็กหรือ เยาวชน ในระหว่างระยะเวลา ขั้นต่ำและขั้นสูง นั้นก็ย่อมจะทำได้ โดยในกรณีดังกล่าว ศาลจะกำหนด ตามมาตรา 100 ด้วยหรือไม่ก็ได้ ถ้ามีการกำหนด เงื่อนไข ให้นำมาตรา 100 วรรคสอง วรรคสาม และมาตรา 101 มาบังคับโดยอนุโลมได้ และระยะเวลา ที่ทำการกัก อบรม หรือฝึกอบรมนั้น จะมีกำหนดเกิน 1 ปีก็ได้ แต่ต้องมี ระยะเวลา ไม่เกินกว่าระยะเวลาที่เหลืออยู่

     มาตรา 106 มีสาระสำคัญคือ คดีอาญาที่ อยู่ในขอบเขต อำนาจของศาลเยาชน และครอบครัวนั้น ศาลมีอำนาจ ในการที่จะพิจารณาคดีเยาวชน และครอบครัว จะพิจารณาให้รอการกำหนดโทษ หรือ การรอลงโทษเด็กหรือเยาวชน ตามประมวล กฎหมายอาญาก็ได้ แม้ว่า

  • (1) เด็กหรือเยาวชนผู้นั้น เคยรับโทษจำคุก หรือโทษอย่างอื่นตาม คำพิพากษา ของศาลมาก่อนแล้ว
  • (2) โทษจะลงแก่เด็ก หรือเยาวชน เป็นโทษอย่างอื่น นอกเหนือจากโทษจำคุก
  • (3) ศาลจะกำหนดโทษจำคุกเกินกว่า 2 ปี

     มาตรา 107 มีสาระสำคัญคือ หากเด็กหรือเยาวชน ได้ถูกพิพากษาต้องโทษปรับ ไม่ว่าจะมีโทษ จำคุกด้วยหรือไม่ก็ตาม ถ้าเด็กหรือเยาวชน ไม่มีเงินชำระค่าปรับ ห้ามมิให้ศาล ทำการสั่งกักขังเด็กหรือเยาวชนแทนค่าปรับ แต่ให้ส่งตัวไปควบคุม เพื่อเป็นการฝึกอบรม กิจกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชน ในสถานพินิจ สถานฝึกอบรม สถานศึกษา หรือสถานแนะนำทางจิต ตามเวลาที่ศาลกำหนด แต่ต้องไม่เกินกว่า 1 ปี

บทความที่เกี่ยวข้อง